ขนนกทะเล (Sea Feather)
สัตว์ลักษณะคล้ายพืช/เฟิร์น มักเกาะตามแนวปะการัง เสาสะพาน หรือเศษวัสดุลอยน้ำ หากสัมผัสโดนพิษจะแทรกเข้าผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคัน ปวดแสบปวดร้อน
🚑 การป้องกันและรักษา
หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง หากถูกพิษให้ล้างบริเวณนั้นด้วย แอลกอฮอล์ แล้วประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำเย็น หากรุนแรงรีบส่งแพทย์
ปะการัง (Coral)
บางชนิดมีหนามหรือแง่แหลมคมยื่นออกมาซึ่งภายในมีพิษ หากเข้าไปสัมผัสอาจทำให้เกิดบาดแผล บวมแดง และเป็นผื่นคันได้
🚑 การป้องกันและรักษา
ห้ามเหยียบย่ำปะการัง หากโดนบาดแผลมักหายช้าเพราะแบคทีเรีย ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด/แอลกอฮอล์โดยเร็ว นำเศษที่ติดอยู่ออก ใส่ยาฆ่าเชื้อ หากแผลลึกรีบพบแพทย์
ปะการังไฟ (Fire Coral)
ไม่ใช่ปะการังแท้ แต่มีพิษรุนแรง สีเหลืองอ่อนหรือน้ำตาล หากสัมผัสจะเกิดรอยไหม้ บวมแดง และปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก
🚑 การป้องกันและรักษา
ล้างแผลด้วย น้ำส้มสายชู หรืออะลูมิเนียมซัลเฟต ห้ามนำมือที่สัมผัสมาเช็ดหน้าหรือตาเด็ดขาด เพราะพิษจะทำให้ระคายเคืองอย่างรุนแรง
แมงกะพรุน (Jelly Fish)
บริเวณหนวดมีเข็มพิษ ทำให้คัน เป็นรอยไหม้ ปวดแสบปวดร้อน บางชนิดรุนแรงถึงขั้นจุก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และอาจเสียชีวิตได้
🚑 การป้องกันและรักษา
หากถูกพิษแมงกะพรุนไฟ ให้รีบล้างแผลด้วย น้ำส้มสายชู ห้ามใช้น้ำจืดล้างเด็ดขาด ตำราพื้นบ้านสามารถใช้ผักบุ้งทะเลบดพอกบรรเทาอาการ แล้วรีบไปพบแพทย์
ดอกไม้ทะเล (Sea Anemone)
ลำตัวอ่อนนุ่ม มีหนวดเรียงรายรอบปาก หากเผลอสัมผัสหนวดที่มีพิษจะเกิดผื่นแดง บวม มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานแต่ละคน
🚑 การป้องกันและรักษา
ใช้น้ำส้มสายชูล้างแผล พยายามเอาเมือกและชิ้นส่วนของหนวดออกให้หมดด้วยความระมัดระวัง ถ้าอาการทรุดให้รีบนำส่งแพทย์ด่วน
บุ้งทะเล (Fire Worms)
หนอนปล้องทะเลที่มีขนยาว เส้นแข็ง และหลุดง่าย เมื่อแทงเข้าสู่ผิวหนังจะทำให้เกิดอาการคันและระคายเคืองอย่างมาก
🚑 การป้องกันและรักษา
ห้ามใช้มือเปล่าหยิบจับ หากโดนให้หยิบ/ดึงขนบุ้งออกให้หมด (อาจใช้เทปกาวแปะแล้วดึงออก) แล้วทาครีมหรือคาลาไมน์เพื่อบรรเทาอาการคัน
เพรียงหิน (Rock Barnacle)
อาศัยตามโขดหิน เสาสะพาน เปลือกมีความแหลมคมมากคล้ายใบมีด มักบาดเท้าหรือขานักท่องเที่ยวที่เดินตามโขดหิน
🚑 การป้องกันและรักษา
ใส่รองเท้ากันลื่นเมื่อเดินบนโขดหิน หากถูกบาดให้ทำความสะอาดแผลและใส่ยาฆ่าเชื้อ (เช่น ยาแดง/เบตาดีน) หากเสียเลือดมากและแผลลึกให้รีบไปเย็บแผล
ปูมีพิษ (Toxic Crabs)
นอกจากระวังก้ามหนีบแล้ว ปูบางชนิดหรือปูที่ไม่สด/มีแบคทีเรีย หากนำมาทานอาจทำให้ปากบวม ลิ้นชา ปวดท้อง ช็อก หรือท้องเดินอย่างรุนแรง
🚑 การป้องกันและรักษา
หลีกเลี่ยงการกินปูชนิดที่ไม่คุ้นเคย หากทานเข้าไปแล้วมีอาการแพ้หรือได้รับพิษ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว และนำตัวอย่างปูนั้นไปให้แพทย์ดูด้วย
แมงดาทะเล (Horse-shoe Crab)
ไทยมี 2 ชนิด คือ แมงดาจาน (ทานได้) และ แมงดาถ้วย/เหรา (มีพิษร้ายแรง) พิษทนความร้อน ทานแล้วมึนงง ปากชา แขนขาอ่อนเปลี้ย และอาจเสียชีวิตได้
🚑 การป้องกันและรักษา
หากเผลอทานแมงดาถ้วย (เหรา) เข้าไป ต้องรีบทำให้ผู้ป่วยอาเจียน (ล้างท้อง) และรีบนำส่งโรงพยาบาลฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด
เม่นทะเล (Sea Urchin)
หนามเปราะและหักฝังในเนื้อได้ง่าย หากถูกตำจะปวด บวมแดง ชาประมาณ 4-6 ชม. หนามส่วนใหญ่จะย่อยสลายไปเองใน 24 ชม.
🚑 การป้องกันและรักษา
ถอนหนามออก หากไม่ออกให้บีบผิวหนังให้หนามแตก หรือแช่น้ำร้อน 50 องศาฯ เพื่อให้ย่อยสลายเร็วขึ้น (หรือใช้มะนาวบีบใส่) หากปวดมากควรพบแพทย์
ปลาปักเป้า (Puffer Fish)
มีพิษร้ายแรงที่ไข่ ตับ ลำไส้ ผิวหนัง หากชำแหละไม่ถูกวิธีและทานเข้าไป จะทำให้ปากชา อาเจียน กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต และเสียชีวิตได้
🚑 การป้องกันและรักษา
งดทานเด็ดขาดหากไม่ได้ปรุงโดยเชฟเฉพาะทาง หากรับพิษให้ล้วงคออาเจียน หรือดื่มผงถ่านกัมมันต์เพื่อดูดซับพิษ และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
ปลากระเบน (Stingray)
หมกตัวตามพื้นทราย หากเผลอเหยียบจะถูกเงี่ยงที่โคนหางแทง พิษรุนแรงทำให้ปวดมาก ช็อก หมดสติ หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
🚑 การป้องกันและรักษา
ห้ามเลือด ตรวจดูเศษเงี่ยง พิษกระเบนย่อยสลายในความร้อน ให้แช่แผลใน น้ำร้อนเท่าที่ทนได้ (30-60 นาที) อาการปวดจะทุเลา แล้วรีบนำส่งแพทย์
